Author Topic: Smart Golf - Sep 2009 - ใครบ้างที่เห็นผลจากการเปลี่ยนก้านหัวไม้อย่างชัดเจน  (Read 7443 times)

Golf Lab

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1726
  • Golf is fun ... Clubfitting make it very fun!
    • View Profile
    • Tee Intact Golf Lab
ก่อนที่นักกอล์ฟคิดที่จะเปลี่ยนก้านหัวไม้ลองถามตัวเองก่อนว่าตัวเองต้องการอะไรจากการเปลี่ยน นักกอล์ฟส่วนใหญ่คาดหวังเรื่องระยะที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนก้านมากกว่าทิศทาง คำถามที่มักถามกันบ่อยๆ คือ ?เปลี่ยนก้านแล้วระยะจะเพิ่มขึ้นกี่หลา? นี่คือคำถามสุดฮิตที่ถามง่ายแต่ตอบยาก เพราะพัฒนาการที่ดีขึ้นต้องดูว่าหัวไม้ที่ใช้อยู่เป็นอย่างไรบ้าง มีสเป็กผิดไปจากที่ควรจะเป็นมากน้อยแค่ไหน ถ้าผิดเยอะก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนจนเห็นความแตกต่างจนรู้สึกได้นั่นเอง make sense ไหมครับ? ตามมาดูกันว่ากรณีอย่างไรบ้างที่เปลี่ยนก้านแล้วจะเห็นผลงานอย่างชัดเจน
 
1.   นักกอล์ฟที่ใช้ก้านที่มีความแข็งผิดไปจากที่ควรจะเป็นอย่างมาก
ก้านที่แข็งเกินไป ความเร็วหัวไม้จะไม่เพียงพอที่จะโหลดก้านได้ นักกอล์ฟจึงยังไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของก้านออกมาได้ จะให้วิถีลูกที่ต่ำหรือตีไม่ค่อยลอยนั่นเอง และเมื่อตีเข้าหน้าไม้เต็มๆก็ไม่รู้สึกแน่นหรือโดนดี แนวโน้มจะทำให้นักกอล์ฟต้องพยายามเร่งให้มากขึ้น จนสุดท้ายวงจะเพี้ยนเอา



ในทางกลับกันก้านที่อ่อนเกินไป จะทำให้ก้านโหลดเร็วจนบางครั้งการโค้งงอมากๆของก้านจะทำให้ความแน่นอนน้อยลงและเราจะต้องจับจังหวะของก้านใหม่ จะให้วิถีลูกที่สูงหรือโด่งนั่นเอง ก้านที่อ่อนเวลาปะทะลูกจะรู้สึกแน่น ซึ่งรู้สึกดีกว่าก้านที่แข็งจนเกินไป แต่ก้านที่อ่อนเกินไปเวลาเร่ง
โอกาสลูกไปซ้ายขวาเป็นไปได้หมด โดยเฉพาะนักกอล์ฟอเมเจอร์ที่วงสวิงยังไม่แน่นพอ ร้อยละ 90% เวลาเร่งจะใช้ช่วงบนมากกว่าการหมุนสะโพก จึงเห็นลูกจะออกเฟดหรือสไลซ์ แต่โดยธรรมชาติของก้านที่อ่อนเกินไปสำหรับนักกอล์ฟที่ตีค่อนข้างตรง ลูกมีแนวโน้มไปในทาง draw เพราะหัวที่ปลายก้านจะนำหน้าก้านตอน unload ก้านขณะปะทะลูกกอล์ฟ หน้าไม้จึงออกจะปิดเล็กน้อย และองศาของ loftออกจะมากขึ้น ลูกก็ออกจะโด่งขึ้น ส่วนก้านที่แข็งเกินไปก็จะเป็นในทางตรงข้าม
2.   นักกอล์ฟที่ใช้ก้านที่มีน้ำหนักผิดไปจากที่ควรจะเป็นอย่างมาก
น้ำหนักก้านเป็นองค์ประกอบหนึ่งของน้ำหนักรวม ซึ่งน้ำหนักรวมจะมีผลอย่างมากต่อความเร็วหัวไม้และจังหวะการสวิง หัวไม้ที่หนักเกินความความแข็งแรงจะทำให้ความเร็วหัวไม้ลดลงแต่จะทำให้การควบคุมจังหวะสวิงได้ดี แต่ในทางตรงข้าม หัวไม้ที่เบาจะทำให้สวิงได้เร็วขึ้นแต่การควบคุมจังหวะสวิงจะทำได้ยากขึ้น ดังนั้นน้ำหนักจะมีผลต่อระยะและทิศทางพร้อมกัน การหาน้ำหนักที่เหมาะสมก็จะทำให้ได้ทั้งระยะที่ดีและยังควบคุมจังหวะและทิศทางได้เป็นอย่างดี



3.   นักกอล์ฟที่ใช้ก้านที่มีบุคลิกไม่เหมาะกับสวิงของตน
นักกอล์ฟ Swinger หากไปใช้ก้านที่เหมาะกับพวก hitter อย่างพวกก้านทางฝั่งอเมริกา ก็จะต้องพยายามเร่งจนวงผิดเพี้ยน ระยะก็เสีย ความแน่นอนก็ลดลง ในขณะที่นักกอล์ฟ Hitter ไปใช้ก้านที่ออกจะดีดๆที่เหมาะกับพวก Swinger ก็จะออกอาการวูบวาบ ซ้ายขวาเป็นอย่างมาก จนสุดท้ายก็จะกลับมาตีแบบโรยๆ ตีคุม จนไม่กล้าสวิงเพราะกลัวไม่อยู่แฟร์เวย์ จะเห็นได้ว่านักกอล์ฟที่ใช้ก้านที่ไม่เหมาะกับบุคลิกของตนจะเล่นกอล์ฟแบบไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วระยะและทิศทางจะมาได้อย่างไรเมื่อนักกอล์ฟไม่มั่นใจกับหัวไม้ของตัวเอง

4.   นักกอล์ฟที่ยังใช้ก้านที่ติดมากับไม้กอล์ฟหรือที่เรียกว่าก้าน OEM
ต้องยอมรับกันว่าก้านที่ติดมากับไม้กอล์ฟของแบรนด์ต่างๆ ย่อมมีวัสดุ, การควบคุมการผลิตและคุณภาพที่สู้ก้านโมดิไฟด์ไม่ได้ หากเปรียบก้านหัวไม้กับเดรื่องยนต์แล้ว หากก้าน OEM เหมือนกับเครื่องยนต์ตลาดแล้วจะสู้กับเครื่องรถยนต์แต่งได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนก้านโมดิไฟด์ใส่เข้ากับหัวแบรนด์ต่างๆอย่างเหมาะสมแล้ว ล้วนจะทำให้ได้ระยะไกลขึ้นอย่างชัดเจน



5.   นักกอล์ฟที่ใช้ก้านที่มีปัญหาย้วยหรือล้าจากการใช้งานมานาน, เก่าเก็บหรือเก็บรักษาไม่ดี หรือก้านที่ไม่รู้ที่มาที่ไป
ก้านที่ย้วยหรือล้าจะให้ประสิทธิภาพการดีดที่ต่ำลงเหมือนกับสปริงที่ดีดไม่ดีอย่างเดิมอีกต่อไป ในขณะที่หัวไม้ที่เก่าเก็บหรือถูกเก็บไว้ในที่ร้อนๆ อย่างเช่นหลังรถหรือห้องเก็บของที่ร้อนอบอ้าวเป็นเวลานาน ก้านกราไฟต์ซึ่งมีส่วนประกอบของเรซินซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวประสานให้แผ่นกราไฟต์เกาะติดกันเป็นโครงสร้างตามที่ตั้งใจออกแบบไว้ แต่เมื่อโดนความร้อนมากๆเข้า เรซิ่นก็ออกอาการเสื่อมไปตามสภาพมีผลให้คุณสมบัติและการให้ตัวต่างๆของก้านก็จะเปลี่ยนไปอย่างที่คาดเดาไม่ได้ เคยเห็นก้านกราไฟต์เก่าที่เก็บในที่ร้อนๆแล้วปรากฏว่ามันโค้งงอหรือเปล่า นั่นแหละครับ

ส่วนก้านที่เราไม่รู้ที่มาที่ไป อย่างพวกก้านไม้กอล์ฟมือสองที่ซื้อและเปลี่ยนมือต่อๆกันมา เราไม่มีทางทราบได้เลยว่าก้านเหล่านั้นผ่านการใช้งานมาอย่างไรบ้าง ถูกถอดเข้าถอดออกมากี่ครั้งกี่หนแล้ว และถูกถอดใส่อย่างถูกวิธีหรือเปล่า การที่ก้านถูกถอดบ่อยๆ ความร้อนจะมีผลต่อโครงสร้างของก้านบริเวณที่โดนความร้อนอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าผู้ถอดไม่มีความรู้และเทคนิคที่ดีพอ ก้านกราไฟต์บริเวณคอก็จะถูกความร้อนเป็นอย่างมากซึ่งไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน และจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ก้านหักบริเวณคอไม้ นอกจากนั้นก้านที่ซื้อต่อๆกันมา อาจมีการทริมที่ปลายก้านซึ่งจะทำให้ก้านแข็งขึ้นและมีบุคลิกก้านที่เปลี่ยนไป หรืออาจมีการต่อความยาวที่ตูดก้านซึ่งทำให้ความแข็งแรงของก้านลดลงและน้ำหนักก้านเพิ่มขึ้น


นักกอล์ฟที่เข้าอยู่ในเกณฑ์เหล่านี้ หากได้เปลี่ยนก้านโมดิไฟด์ คุณภาพดีๆ และเหมาะสมกับวงสวิงของแต่ละคนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนก้านอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ ระยะ, ทิศทาง, และ ความรู้สึก (feeling) นี่คือประสบการณ์ทางกอล์ฟอย่างหนึ่งที่น่าสนใจและนักกอล์ฟทุกท่านไม่ควรพลาด



« Last Edit: September 19, 2009, 04:02:50 PM by Golf Lab »
Tee Intact Golf Lab
"We're in clubfitting."
http://www.teeintact.com/
086-9894883
E-mail: teeintact@yahoo.com
Line ID: teeintact
Fanpage: http://www.facebook.com/TinTactGolfLab  <=== เชิญกด Like