Author Topic: "เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยนกริปดี"  (Read 7702 times)

Golf Lab

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1926
  • Golf is fun ... Clubfitting make it very fun!
    • View Profile
    • Tee Intact Golf Lab
"เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยนกริปดี"

เป็นคำถามที่นักกอล์ฟบางคนไม่รู้จริงๆ นักกอล์ฟมักถามผมเป็นประจำว่ากริปของเขาควรเปลี่ยน
ได้หรือยัง ซึ่งเกือบส่วนใหญ่มักจะมีกริปที่อยู่ในสภาพที่แย่กว่าที่คิดครับ
วันนี้มีภาพตัวอย่างกริปที่อยู่ในสภาพที่ควรพิจารณาเปลี่ยนได้แล้ว



จะไล่กริปตามเบอร์เลยละกัน

เบอร์ 1- เป็นกริปประเภทที่เก่ามากๆ ซึ่งมักจะอยู่บนกริปของไม้กอล์ฟประเภทมรดกตกทอด
หรือไม่ก็เป็นไม้กอล์ฟมือสองที่เก่ามากๆจากญี่ปุ่น ที่ขนเข้ามาขายกัน กริปพวกนี้เวลาเก่าจะแข็งมาก
ถ้าส่องใกล้จะเห็นยางแตกลายงาเลย บางอันเก่าจนยางเสื่อมขนาดที่ว่า แค่มือจับก็มีเศษยางติดมือ
พวกนี้ถ้าจับตีโดยใช้ถุงมือ ถุงมือและมือที่ไม่ได้ใส่ถุงมือจะดำปี๋เลยครับ ควรเปลี่ยนโดยด่วน เพราะ
กริปทั้งแข็ง, ลื่น และสกปรกมาก

เบอร์ 2 และ 3 - จากรูปเห็นได้ชัดจากความมันวาวบนผิวกริป พวกนี้ยางมันเสื่อมสภาพแล้ว ความหนึบ
ของผิวยางมันสูญเสียไปกับอายุการใช้งาน, ความร้อน และไขมันที่สะสมบนกริป กริปพวกนี้จะลื่นมาก
ทำให้เวลาเราจับกริปมันจะรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวว่ามันจะหลุดมือได้ ทำให้เราต้องจับกริปแน่นและแรงกว่าปกติ
ซึ่งเป็นผลเสียต่อวงสวิงอย่างรุนแรง ทำให้วงเพี้ยนได้ นักกอล์ฟบางคนตีกอล์ฟค่อนข้างบ่อยจึงไม่ค่อยรู้สึก
ว่ากริปมันเสื่อม แต่ถ้าได้มีโอกาสจับกริปใหม่หรือกริปที่ยางอยู่ในสภาพที่ดี จะอยากเปลี่ยนกริปทันที
เพราะมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นความรู้สึกที่ดีขึ้นมากจริงๆ

เบอร์ 4 - เป็นประเภทกึ่งยางกึ่งผ้าใบ หรือที่เรียกว่า Multicompound พวกนี้บริเวณที่เป็นผ้าใบจะทนทาน
กว่าส่วนที่เป็นยางที่มีความนุ่มมากกว่า ส่วนที่เป็นผ้าใบเมื่อใช้ไปนานๆ ใยของผ้าจะเก็บซับไขมันไว้ในเส้นใย
ทำให้ลื่นได้เมื่อใช้ไปนานๆ ในส่วนที่เป็นยาง เนื่องจากเป็นยางนุ่นจึงมักจะเป็นลอยถลอกเร็วกว่า

เบอร์ 5 - แค่เห็นหน้าตาก็ไม่อยากจับแล้ว น่าเปลี่ยนโดยด่วนเพราะเสียทั้งประสิทธิภาพและภาพลักษณ์

เบอร์ 6 และ 7 - เป็นตัวอย่างของนักกอล์ฟที่จับกริปแน่นและแรงมาก จึงเห็นเป็นรอยถลอกลึกของตำแหน่งนิ้ว
ส่วนใหญ่จะเป็นรอยหัวแม่มือ แต่บางคนก็เป็นนิ้วอื่นร่วมด้วย นักกอล์ฟกลุ่มนี้ควรพิจารณาปรับการจับกริปใหม่
เพราะถ้าจับกริปได้เหมาะสม มีโอกาสตีกอล์ฟได้ระยะมากขึ้นอีกมาก กริปที่เห็นในรูปล้วนเป็นกริปที่มีวัสดุ
ที่มีความนุ่มมาก สำหรับหรับนักกอล์ฟที่จับกริปแรง พังเร็วมากครับ เปลืองเงิน จึงแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้กริป
ที่มีเน้นการออกแบบร่องที่กระชับและหนึบมือ แต่ตัววัสดุไม่อ่อนจนเกินไป จะทำให้อายุการใช้งานกอล์ฟยาวนานขึ้น

เบอร์ 8 - กริป Lamkin มีชื่อเสียงกับร่อง Crossline ที่ช่วยเพิ่มดอกยางเหมือนกับยางรถยนต์เลย ทำให้
Lamkin เป็นกริปที่เกาะมือดีมาก แต่กับกริปที่มีสภาพเก่ามากอย่างในภาพดอกยาง Crossline ก็ไม่ไหว
เหมือนกัน

คงจะพอเห็นภาพและได้เกณฑ์ที่น่าจะช่วยตัดสินใจเปลี่ยนกริปได้บ้างนะครับ กริปโดยปกติมีอายุการใช้งาน 1-2 ปี
แล้วการใช้งานมากน้อย และความทารุณที่คุณทำกับมัน ราคากริปก็มีตั้งแต่ร้อยกว่าบาทยันหลายร้อยบาท ราคาก็ค่อนข้าง
แปรผันตรงกับคุณภาพ ถ้าเปลี่ยนกริปแล้วใช้ 1 ปี ก็ตกไม่ถึงวันละ 1 บาทเอง อย่าไปขี้เหนียวเลยครับ ถ้ากริป
ทำให้วงสวิงคุณเพี้ยน ถ้าต้องแก้วงแพงกว่านั้นมาก

เดี๋ยวนี้กริปมีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งรูปแบบ, วัสดุ, ลาย, รูปแบบของร่อง, ขนาด และน้ำหนัก ทางที่ดี
ควรให้ผุ้เชี่ยวชาญแนะนำ ซึ่งถ้าเปลี่ยนกริปใหม่ก็ควรทำ Grip Sizing หรือปรับขนาดให้เหมาะกับมือด้วยครับ
จะได้ปรับโยชน์อย่างเต็มที่เลยครับ รวมทั้งกริปทั้งชุดจะเป็นแบบเดียวกันและให้ความรู้สึกเหมือนๆกัน
กริปใหม่จะทำให้คุณอยากตีและซ้อมกอล์ฟมากขึ้น ... เชื่อผมเถอะ


« Last Edit: January 28, 2017, 04:40:26 AM by Golf Lab »
Tee Intact Golf Lab
"We're in clubfitting."
http://www.teeintact.com/
086-9894883
E-mail: teeintact@yahoo.com
Line ID: teeintact
Fanpage: http://www.facebook.com/TinTactGolfLab  <=== เชิญกด Like