Author Topic: Tips 1 - เคยวางแผนการเล่นและวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองหรือเปล่า  (Read 8832 times)

Golf Lab

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1926
  • Golf is fun ... Clubfitting make it very fun!
    • View Profile
    • Tee Intact Golf Lab

หลายคนที่โดนคำถามว่า "เคยวางแผนการเล่นหรือเปล่า" อาจจะงงว่าต้องวางแผนด้วย วางแผนอย่างไร วางแผนไปทำไม แล้วยิ่งเจอถามต่อว่า "เคยวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองหรือเปล่า" อาจจะไปสะกิดใจหลายๆคนหันกลับมาพิจารณาเกมส์กอล์ฟของตัวเองมากขึ้น วันนี้เรามาหาคำตอบกัน แล้วจะรู้ว่าสองคำถามนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกมส์กอล์ฟ


เราควรศึกษาการเล่นของนักกอล์ฟอาชีพที่เอาเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี นักกอล์ฟอาชีพทุกคนที่เห็นว่าเขาตีกอล์ฟได้ดี วันละหลายๆอันเดอร์พาร์ เบื้องหลังวงสวิง และฝีมือที่ดี สิ่งที่สำคัญมากๆก็คือ การวางแผนการเล่นก่อนการแข่งขัน โปรกอล์ฟทุกคนจะมีการซ้อมและวางแผนช็อตต่างๆว่าจะให้ตีไปอยู่ตำแหน่งไหนๆในสนามกอล์ฟที่จะเพิ่มโอกาสในการสร้างเกมส์บุกเพื่อให้จบแต่ละหลุมด้วยสกอร์ที่ต่ำกว่าพาร์ ซึ่งเป็นการเอาชนะสนามในแต่ละหลุม โปรกอล์ฟหลายๆคน ยกตัวอย่าง Tiger Woods จะมีทีมงานที่จะไปเดินสำรวจสนามและทำ Yardage Book ที่ละเอียดเป็นของตัวเอง แทนที่จะใช้ Yardage Book ที่ทางทัวร์นาเม้นจัดทำให้ ซึ่งเป็นหนึ่งในการสร้างความได้เปรียบของ Tiger เหนือคู่แข่งแล้ว เพราะ Yardage เองก็มีสิทธิ์ผิดพลาดและอาจจะไม่ละเอียดมากนัก แต่ถ้าคู่แข่งทุกคนใช้ Yardage เดียวกันที่ผิดพลาดและไม่ละเอียดพอ ในวันที่ตีไม่ดี มีปัญหา ก็จะพบว่า Yardage Book ที่ถูกต้องและละเอียดจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยเซฟสกอร์ให้ไม่ออกทะเลได้



Yardage Book ก็คือแผนที่ของสนามกอล์ฟในแต่ละหลุม ที่จะให้รายละเอียดที่สำคัญของแต่ละหลุมว่าระยะจากหมุดทีออฟถึงหน้ากรีนเป็นระยะกี่หลา โดยปกติ Yardage Book จะใช้งานร่วมกับ Pin Position Sheet ซึ่งจะบอกตำแหน่งของหลุมบนกรีน ซึ่งจะช่วยให้นักกอล์ฟสามารถคำนวณระยะตีขึ้นกรีนได้ใกล้ธงอย่างแม่นยำได้ และ Yardage Book ยังจะบอกตำแหน่งของอุปสรรคต่างๆ และตำแน่งของมาร์คบอกระยะบนแฟร์เวย์ จุดประสงค์ของ Yardage Book ก็เพื่อเครื่องมือช่วยนักกอล์ฟในการวางแผนและให้ข้อมูลของสนามในแต่ละหลุม ในทางปฏิบัติแล้วโปรกอล์ฟ จะมีแค๊ดดี้หรืออาจจะโค้ชที่จะเดินออกรอบไปด้วยกันเพื่อวางแผนการเล่น ว่าตีแต่ละช็อตไปตกอยู่ตรงตำแหน่งไหนที่สามารถเล่นได้ถนัด เป็นระยะที่ถนัด สร้างเกมส์บุกได้ และยังมีความปลอดภัยจากอุปสรรคที่อาจทำให้เสียแต้มได้ ในกรณีที่เกิดการผิดพลาดขึ้น



ในการวางแผนที่ถูกต้องนั้นจะพิจารณาจากกรีนกลับไปที่ทีออฟ เช่นในหลุมพาร์ 4 จะต้องดูว่าแต่ละกรีนนั้นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการตีช็อตแอพโพรชขึ้นกรีนอยู่ตรงไหน แล้วจึงวางแผนกลับไปว่าช็อตทีออฟจะต้องตีอย่างไรให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดนั้น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ทำได้ไหม ถ้าทีออฟผิดพลาดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หนักหนาแค่ไหน คุ้มไหมในการเสี่ยง ซึ่งต้องวางแผนให้ดี แต่ในวันจริงแผนนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างหากมีสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปได้

จะเห็นแล้วว่าโปรกอล์ฟที่ตีดีให้เราเห็นในทีวี ไม่ได้ตีดุ่ยๆไปเรื่อยๆ ทุกช็อตมีการวางแผน ยิ่งโปรคนไหนที่ได้ตีช็อตตามที่วางแผนไว้ได้มาก ก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างผลงานที่ดีตามไปด้วย กลับมาที่นักกอล์ฟอเมเจอร์ที่ตีกอล์ฟเพื่อความสนุกสนาน อาจจะไม่ต้องซีเรียสขนาดโปรอาชีพ เพราะเรามีโอกาสสร้างความผิดพลาดมากกว่าโปรอาชีพมาก แต่การวางแผนก็มีประโยชน์มากๆที่จะช่วยลดสกอร์ได้ง่ายๆโดยไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรเลย ซึ่งจะขอแนะนำดังนี้

1. นักกอล์ฟที่จะไปออกรอบสนามที่ยังไม่เคยตีหรือสนามที่ไม่คุ้นเคย ถ้าหากมีเวลาเดรียมตัว แนะนำให้ศึกษาสนามกอล์ฟจาก Google Maps บนมือถือสมัยใหม่ หรือจะเป็น Google Earth บนคอมพิวเตอร์ก็ได้ เราจะเห็นภาพรวมของสนามและสามารถดูในแต่ละหลุมได้ว่ามีอุปสรรค ป่า น้ำและทรายอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วก็หา Scorecard จากเว็บไซต์ของสนามนั้นๆ สิ่งที่ได้คือ เราจะรู้ว่าแต่ละหลุมมีระยะเท่าไหร่เรามีโอกาสตี Regular On เพื่อลุ้นเบอร์ดี้ได้กี่หลุม เช่น ถ้าเราไดร์ฟระยะ 200 หลา ในหลุมพาร์ 4 ระยะ 400 หลา ก็ค่อนข้างเหนื่อยหน่อย เราก็วางแผนเล่นเป็นพาร์ 5 ไปเลย เพราะยังไงเราก็ตี 2 ออนได้ยาก หลุมนี้ได้พาร์ก็เหมือนได้เบอร์ดี้ เราก็วางแผนการตีแต่ละช็อตจากกรีนกลับมายังทีออฟเลย ดังนั้นทีออฟเราก็ไม่ต้องไปพยายามเร่งตีแรงๆเหมือนเพื่อนคนอื่นที่พยายามจะทำสองออนเพราะ เขาอาจจะมีโอกาส ในขณะที่เราตีนุ่มๆตามเกมส์ของเรา โอกาสอยู่แฟร์เวย์มีสูงกว่ามากมาย แต่คู่แข่งที่ตีเข่นเอาระยะอาจจะไดร์ฟเข้าป่า ตกน้ำ ส่วนเราก็วางแผนให้ตีช็อตสองให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่เราตีได้แม่นระยะ ประมาณว่าออนและได้พัตต์ลุ้นพาร์แน่ๆ เราอาจจบด้วยชัยชนะในหลุมนั้นก็เป็นไปได้ เพราะเรารู้ว่าจุดอ่อนของเราคือการไดร์ฟที่ได้ระยะไม่มาก การวางแผนไม่ให้จุดด้อยมาเป็นปัญหา เพราะถ้าไดร์ฟสั้นแล้วยังอยู่ในอุปสรรค ก็จะยิ่งทำให้สกอร์แย่หนักไปอีก นี่คือประโยชน์จากการวางแผน




2. เราควรจะวางแผนการตีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกกอล์ฟของเราเข้าไปอยู่ในอุปสรรคให้มากที่สุด การเสียสกอร์ของนักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่มาจากการตีในอุปสรรค อยากให้นักกอล์ฟทุกคนลองออกรอบสักครั้ง แล้ววางแผนและเป้าหมายส่วนตัวว่าวันนี้จะไม่ตีเข้าอุปสรรคเลย รับรองวันนั้นสกอร์จะออกมาดีอย่างผิดหูผิดตาอย่างแน่นอน การวางแผนไม่ให้เข้าไปอยู่อุปสรรคเราก็ต้องรู้ก่อนตีว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหนบ้างระยะเท่าไหร่ ถ้าเราจะตีไม่ให้เข้าไปอยู่ในอุปสรรคต้องตีไปตรงไหนระยะประมาณเท่าไหร่ ตรงนี้เครื่องมืออย่างแอพพิเคชั่นบน iPhone หรือ Smart Phone เช่น Golfshot หรือ กล้องวัดระยะ Range Finder ก็จะเข้ามีประโยชน์อย่างมากเพื่อช่วยเช็คระยะให้เราทราบได้



การตีเพื่อหลบอุปสรรคเราก็ควรพิจารณาความผิดพลาดของเราร่วมด้วย ก็ให้ดูว่าถ้าเราวางแผนที่จะตีไปที่ตำแหน่งนั้นๆ ถ้าหากเกิดการผิดพลาดแล้วโอกาสจะไปตกตำแหน่งไหนเสียหายไหม เป็นการตีอย่างมีแผนการ ซึ่งนักกอล์ฟหลายคนทำไม่ได้ เพราะในเวลาตีกอล์ฟอารมณ์จะมีความแข็งแรงมากกว่าเหตุผล ส่วนใหญ่จุดจบก็คือเละเหมือนเดิม แนะนำให้ลองดูครับ ถ้าคิดจะลดสกอร์

พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า การรู้จุดอ่อนจุดแข็งของเรา แล้ววางแผนการเล่นไม่ให้จุดอ่อนสร้างปัญหา และวางแผนให้เราสามารถเล่นช็อตที่เป็นจุดแข็งของเราได้ ก็จะช่วยให้สกอร์เราดีขึ้น สามารถเล่นกับเพื่อนๆที่ตีได้ไกลๆได้สบายๆ นักกอล์ฟ สว. มือเก๋า ที่ไดร์ฟสั้นๆ ก็เอาชนะวัยรุ่นไดร์ฟไกลๆ ก็ด้วยการวางแผนเช่นนี้เอง

"การวางแผนแบบย้อนกลับจากกรีนไปยังทีออฟ แล้ววางแผนให้ลบจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของตัวเอง เป็นแนวทางที่เอาไปใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต"


คลิ๊กเพื่ออ่านรายละเอียด ===> 15 คำแนะนำฟื้นชีวิตเกมส์กอล์ฟ โดย Mr.Yee



« Last Edit: July 02, 2014, 01:34:27 PM by Golf Lab »
Tee Intact Golf Lab
"We're in clubfitting."
http://www.teeintact.com/
086-9894883
E-mail: teeintact@yahoo.com
Line ID: teeintact
Fanpage: http://www.facebook.com/TinTactGolfLab  <=== เชิญกด Like