Author Topic: มหากาพย์ตอน1 - ที่มาที่ไปของกีฬากอล์ฟในญี่ปุ่น  (Read 4126 times)

Golf Lab

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1926
  • Golf is fun ... Clubfitting make it very fun!
    • View Profile
    • Tee Intact Golf Lab
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเข้าใจในทุกสิ่งคือ การเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของกีฬากอล์ฟในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีที่มาที่ไปอาจจะแตกต่างจากประเทศไทยพอสมควรและออกไปแนวทางสุดขั้วตามแนวทางและความเอาจริงเอาจังของประเทศที่มีเบื้องหลังของความขมขื่นจากการแพ้สงคราม



ทุกอย่างเริ่มต้นในสมัยเมจิ (Meiji) ชื่อเหมือนกับยี่ห้อนมที่เราคุ้นเคยนั่นแหละ ประมาณปี 1868 เมื่อนักธุรกิจจากประเทศตะวันตกเข้ามาทำมาหากินกับประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น จนรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนมากขึ้น จึงเริ่มเกิดการตั้งชมรมและสมาคมต่างๆซึ่งรองรับกิจกรรมทางสังคมและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ชมรมกีฬาต่างๆ อย่างพวก Cricket และรวมไปถึงจุดเริ่มต้นของกีฬากอล์ฟในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นการเล่นกันตามมีตามเกิด เหมือนกับจุดเริ่มต้นของการเล่นกอล์ฟของไทยเกิดขึ้บนลานท้องสนามหลวงนั่นเอง

การเจริญเติบโตของเกมส์กอล์ฟขึ้นอยู่กับสนามเสมอ ถ้าไม่มีสนามที่ดีจำนวนคนเล่นก็เพิ่มได้ยาก จึงเป็นที่มาของการสร้างสนามกอล์ฟส่วนตัว (Private) แห่งแรกโดยดำริของนาย Arthur Hesketh Groom นักธุรกิจที่เข้ามาหากินและบุกเบิกกีฬากอล์ฟในญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ด้วยความที่เบื่อกับการเล่นกอล์ฟในสนามกอล์ฟห่วยๆ เขาจึงรังสรรค์สนามกอล์ฟส่วนตัวเริ่มจากการสร้าง 4 หลุมก่อน แล้วก็ทยอยสร้างจนครบ 18 หลุม และถือได้ว่าเป็นสนามกอล์ฟแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่นในชื่อว่า Kobe Golf Club ในปี  1903
จุดเริ่มต้นของกอล์ฟของญี่ปุ่นกับไทยอาจจะแตกต่างกัน เพราะของเราเริ่มต้นจากดำริของบุคคลชั้นสูงในประเทศเอง เชื้อพระวงศ์ที่ไปศึกษายังต่างประเทศนำกีฬากอล์ฟเข้ามาเล่น โดยเริ่มเล่นกันกลางท้องสนามหลวง จนเริ่มมีการสร้างสนามกอล์ฟแบบมีรูปแบบที่เชียงใหม่ ชื่อสนามยิมคาน่า ในปี 1898  ซึ่งถือว่าเป็นสนามกอล์ฟที่สร้างอย่างมีรูปแบบเป็นสนามแรกของไทย แต่สนามกอล์ฟ 18 หลุมแห่งแรกของไทยเกิดขึ้นในปี 1926 สนามกอล์ฟสนามม้านางเลิ้ง หรือ ราชตฤณมัยสมาคม ในชื่อภาษาอังกฤษว่า Royal Bangkok Sports Club
และปีนั้นเองคุณ Groom ก็มีการจัดการแข่งขันกอล์ฟในสนามแห่งนี้ขึ้น แต่ไม่มีนักกอล์ฟญี่ปุ่นแม้แต่คนเดียวมาร่วมแข่งขัน สมาชิกของสนาม 171 คน เป็นคนญี่ปุ่นเพียง 7 คน เท่านั้น ดังนั้นช่วงเริ่มต้นของกีฬากอล์ฟในญี่ปุ่นจึงเป็นการสังสรรค์ของชาวตะวันตกซะมากกว่า ก็พอจะนึกภาพออกน่ะครับ เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของชาวญี่ปุ่นกับชาวตะวันตก ฐานะและระดับทางสังคม กับกีฬาในช่วงเริ่มต้น กีฬากอล์ฟจึงถูกจำกัดอย่างมาก ทำให้กีฬากอล์ฟขยายตัวในหมู่ชาวญี่ปุ่นอย่างเชื่องช้ามาก ยิ่งด้วยที่ชาวญี่ปุ่นจะมุ่งมันและใช้เวลากับการทำงานมากกว่าการใช้เวลากับกิจกรรมยามว่างจึงเป็นสิ่งผิดปกติในสมัยนั้น ดูได้จากการแข่งขันกอล์ฟระดับประเทศเกิดขึ้นในครั้งแรกในปี 1907 ก็ไม่มีนักกอล์ฟญี่ปุ่นแม้แต่คนเดียวลงแข่งขัน มาจนถึงปี 1916 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีนักกอล์ฟญี่ปุ่นเข้าลงชิงชัย เป็น 10 ปีที่กีฬากอล์ฟในญี่ปุ่นเป็นของชาวต่างชาติอย่างแท้จริง เพียง 12 ปีให้หลัง Inoue Makoto ลูกชายครอบครัวไฮโซที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศเป็นนักกอล์ฟญี่ปุ่นคนแรกที่ชนะการแข่งขันกอล์ฟระดับประเทศ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้คนญี่ปุ่นหันมาเล่นกอล์ฟกันมากขึ้น
สนามกอล์ฟที่คนญี่ปุ่นริเริ่มสร้างขึ้นเอง เกิดขึ้นในปี 1914 จากการรวมตัวของนักธุรกิจ 30 คน สร้างสนามกอล์ฟส่วนตัวในเขตโตเกียว (แบบเดียวกับการเกิดของสนามกอล์ฟอโยธยาลิงค์ของไทย) ซึ่งเป็นสัญญาณการเคลื่อนไหวของกีฬากอล์ฟโดยคนญี่ปุ่นเอง โดยถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการแบ่งกลุ่มและระดับทางสังคมซะมากกว่า ซึ่งก็เป็นอย่างนี้กันทั่วโลก แต่กีฬากอล์ฟเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ในปี 1940  มีสนามกอล์ฟ 71 สนาม และมีนักกอล์ฟ 110,000 คน แต่ก็ยังสู้กีฬาอย่างพวกเบสบอลไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดทางด้านการเงิน ด้วยอุปกรณ์กอล์ฟที่ราคาแพง กอล์ฟจึงยังคงกระจุกตัวอยู่กับเพียงกลุ่มคนระดับบน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกอล์ฟขยายออกไปนอกกลุ่มสังคมระดับบนมากขึ้นจากการเข้ามาของกองทัพอเมริกัน มาถึงปี 1957 มีสนามกอล์ฟถึง 116 สนาม และปีเดียวกันนี้ Nakamura Torakichi ชนะการแข่งขัน World Cup ที่จัดขึ้นที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นกระแสนิยมกีฬากอล์ฟในทิศทางใหม่อย่างแท้จริง เพราะในช่วงปี 1957-1961 เป็นช่วงที่กอล์ฟเข้าถึงกลุ่มผู้บริหารและผู้จัดการระดับบนซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนคนระดับกลางได้อย่างบ้าคลั่ง เพราะกอล์ฟถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางด้านธุรกิจ และการออกรอบตีกอล์ฟก็สามารถนำไปเบิกเป็นค่าใช้จ่ายงบ Entertain กับบริษัทได้ จึงเป็นแรงกระตุ้นหลักให้กีฬากอล์ฟบูมในกลุ่มคนระดับกลางอย่างรุนแรง สนามกอล์ฟมากมายถูกสร้างขึ้นใหม่

กอล์ฟบูมสุดขีดในช่วงปี 1971-1974 จากการออกอากาศการแข่งขันกอล์ฟทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นช่วงเชื่อมต่อของกลุ่มคนรุ่น Babby Boomer ซึ่งกำลังอยู่ในวัยเริ่มเข้าทำงาน ที่มีความคิดที่ได้รับจากคนระดับสูงว่าหากตีกอล์ฟเป็นจะมีผลต่อการเติบโตในหน้าที่การงาน ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการขยายตัวเป็นพลุแตกของกีฬากอล์ฟในญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนความคิดของคนญี่ปุ่นที่เดิมชีวิตคือการทำงานหนักเพื่อเก็บเงิน แต่เมื่อเริ่มมีเงินเก็บพอสมควรแล้ว ก็หันมาใช้จ่ายเงินเพื่อสันทนาการด้วย

แต่ช่วงเวลาของการขยายตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุดของกีฬากอล์ฟในญี่ปุ่นคือ ช่วงเวลาของเศรษฐกิจฟองสบู่ในช่วงปี 1986-1989 ที่องค์ประกอบทุกอย่างลงตัว เศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราเร่งสูงและลัทธิบริโภคนิยม เป็นช่วงเวลาที่พนักงานระดับกลางมีเงินมากมาย จับจ่ายฟุ่มเฟือย บริษัทเองก็ซื้อสมาชิกสนามกอล์ฟเอาไว้ Entertain ลูกค้า ออกเงินให้พนักงานไปออกรอบกับลูกค้าอย่างเต็มที่ มนุษย์เงินเดือนในช่วงเวลานี้เป็นอย่างกับราชา เพราะเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญในการนำเงินบริษัทมาใช้จ่าย กับบุคคลทั่วๆไป เมื่อคนมีรายได้มากขึ้น ก็มีเงินมาเล่นกอล์ฟมากขึ้น เพื่อบ่งบอกฐานะทางสังคมประมาณกีฬาหรูซะมากกว่า ซึ่งเป็นเหมือนการกลับมาของการเล่นกอล์ฟเพื่อแบ่งแยกระดับทางสังคมของคนระดับสูงในยุคเริ่มต้น ทุกประเทศเป็นเหมือนกันหมด

ในช่วงเวลาพีคสุดๆของกอล์ฟในญี่ปุ่น ก็เป็นช่วงที่เจ็บปวด เพราะเมื่อมีจำนวนนักกอล์ฟมากขึ้น แต่จำนวนสนามกอล์ฟไม่ได้เพิ่มขึ้นรองรับได้พอเพียง ด้วยข้อจำกัดของภูมิประเทศของญี่ปุ่น จึงทำให้ราคาออกรอบแพงมาก แถมยังต้องจองล่วงหน้ากันหลายเดือน ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ของญี่ปุ่นจึงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของกีฬากอล์ฟที่สำคัญ แต่ด้วยการเติบโตอย่างที่เป็น ต้องถือได้ว่ากีฬากอล์ฟได้เข้าเส้นคนญี่ปุ่นได้ลึกพอสมควร

และแล้วก็มาถึงช่วงฟองสบู่แตกที่ทุกอย่างที่ผ่านมาเหมือนกับความฝัน พังทะลายหายไปหมด กอล์ฟเงียบ สนามกอล์ฟหลายแห่งต้องปิดตัวลง ความเงียบคลืบคลานไปอย่างช้าๆ อย่างไม่มีวี่แวว แต่แล้วก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากการกำเนิดผลผลิตลูกครึ่งไทยในนาม Tiger Woods ในช่วงปี 2000 พ่อหนุ่มคนนี้สร้างประโยชน์ต่อวงการกอล์ฟเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาทำให้กอล์ฟดูน่าตื่นเต้นและน่าติดตาม จนวงการกอล์ฟร้อนอย่างยิ่ง

จะได้เห็นแล้วว่าการเริ่มต้นกีฬากอล์ฟของไทยและญี่ปุ่นแตกต่างกัน แต่การบูมของกอล์ฟในทุกครั้งจะเกิดจากการมีนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งญี่ปุ่นเองมีนักกอล์ฟระดับตำนานมากกว่าเรา ด้วยทัวร์นาเมนต์ในประเทศที่แข็งแกร่งเงินรางวัลสูง จึงทำให้มีการพัฒนานักกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มาตรฐานนักกอล์ฟของญี่ปุ่นจะสูงกว่าของไทย เรียกได้ว่านักกอล์ฟหนึ่งรุ่นที่เก่งขึ้นมาพร้อมๆกัน จะมีตัวเลือกมากกว่านั่นเอง ดังนั้นเราจึงจะเห็นนักกอล์ฟญี่ปุ่นตัวจี๊ดๆเปลี่ยนหน้าขึ้นมาเสริมรุ่นพี่ที่กำลังจะโรยรา ต่างจากไทยที่อย่างสิ้นเชิง อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องคิดและทำในระดับนโยบาย ซึ่งยากกับประเทศไทย สไตล์ไทยต้องเป็นแบบนักกอล์ฟต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง จนพอเก่งขึ้นมาคนไทยก็เฮกันที่ว่านี่คนไทยเจ๋ง แต่ไม่ได้เห็นช่วยเขาในช่วงที่เขาเริ่มต้นและต้องการความช่วยเหลือเลย ไม่ต้องแปลกใจที่คนไทยเห่อ Tiger Woods ว่ามีลูกครึ่งไทยแต่มันไม่ได้แสดงออกถึงความมีเชื้อสายไทยแต่อย่างใด แถมออกจะทำให้คนไทยหมั่นไส้ซะอีก

แหม ? นี่ไม่ใช่กอล์ฟญี่ปุ่นละ




=================================================


มหากาพย์เบื้องหลังอุปกรณ์กอล์ฟในประเทศญี่ปุ่น

http://www.teeintact.com/forum/index.php?topic=1318.0


« Last Edit: February 18, 2012, 09:29:52 PM by Golf Lab »
Tee Intact Golf Lab
"We're in clubfitting."
http://www.teeintact.com/
086-9894883
E-mail: teeintact@yahoo.com
Line ID: teeintact
Fanpage: http://www.facebook.com/TinTactGolfLab  <=== เชิญกด Like


basbunny

  • Newbie
  • *
  • Posts: 47
    • View Profile
อ่านตั้งนาน  ชอบ ตรงประโยค ปิดท้าย นี่หละ  ..
ไปถึงไทเกอร์ เลย 5555