Author Topic: Smart Golf - Jan 2009 ความจริงของระยะเหล็กและความแม่นยำในการตีขึ้นกรีน(Approach)  (Read 8594 times)

Golf Lab

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1926
  • Golf is fun ... Clubfitting make it very fun!
    • View Profile
    • Tee Intact Golf Lab
เวลาเราติดตามรายการกอล์ฟคงสงสัยว่าทำไมนักกอล์ฟอาชีพจึงทำเบอร์ดี้หรือตีอันเดอร์กันได้มากๆ ลองดูข้อมูลสถิติที่รวบรวมมาจาก Asian Tour ปี 2008 ในตารางด้านล่าง ซึ่งเรียงลำดับนักกอล์ฟที่ทำเบอร์ดี้ต่อรอบมากที่สุด 20 คน ธงชัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ต่อรอบเขาทำเบอร์ดี้ได้ประมาณเกือบ 4 หลุมครึ่ง เยอะนะครับ โดยที่ความแม่นยำในการตีขึ้นกรีน Green In Regulation (GIR) อยู่อันดับที่ 12 สิ่งน่าสนใจที่ได้จากตารางคือ นักกอล์ฟที่ทำเบอร์ดี้ต่อรอบสูงสุด 20 อันดับแรก มีถึง 10 คน ที่ GIR อยู่ใน 20 อันดับแรก และมีถึง 16 คน ที่ GIR อยู่ใน 50 อันดับแรก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าถ้าเราแม่นกรีน โอกาสทำเบอร์ดี้และสกอร์ดีจะมีสูงมาก ที่เห็นชัดเจน ลองดู Mark Brown โปรจาก New Zealand ทั้งที่อันดับการพัตต์เมื่อ GIR ของเขาอยู่ตั้งอันดับที่ 82 เรียกได้ว่าพัตต์ไม่ค่อยดี แต่อันดับเบอร์ดี้ต่อรอบเขาติดในอันดับ 11 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว แสดงให้เห็นว่าการที่เขาแม่นกรีน (GIR อยู่ที่อันดับ 5) ช่วยทำให้โอกาสทำเบอร์ดี้สูงขึ้น ทั้งที่เป็นคนพัตต์ไม่ดีก็ตาม ชัดเจนครับ ยังไงขอให้ตีเร็กกูล่าออนไว้ก่อน โอกาสทำเบอร์ดี้จะมีสูงขึ้นมาก ยิ่งถ้าแม่นกรีนแล้วพัตต์ดีด้วย รับรองเป็นผู้นำหรืออยู่อันดับต้นๆแน่นอน



จุดประสงค์การใช้งานของเหล็กต่างจากไดร์ฟเวอร์อย่างชัดเจน เพราะไดร์ฟเวอร์เราใช้ตีเพื่อให้ลูกกอล์ฟออกไปตามทิศทางที่เราต้องการโดยให้ได้ระยะไกลที่สุด ก็คือยิ่งไกลยิ่งดี ส่วนเหล็กนั้นเราต้องการใช้ตีเพื่อควบคุมให้ลูกกอล์ฟไปตามทิศทางที่เราต้องการ และได้ระยะตามต้องการเป๊ะๆ นักกอล์ฟที่หวังจะเอาดีทางด้านอาชีพกอล์ฟควรจะต้องมีเหล็กที่คมและไว้ใจได้ มากกว่าเหล็กที่ตีไกลแต่ระยะไม่แน่นอน เพราะกอล์ฟในระดับสูงวัดกันที่โอกาสในการทำเบอร์ดี้ ใครมีโอกาสทำเบอร์ดี้มากกว่าและง่ายกว่า ย่อมมีโอกาสได้เบอร์ดี้ที่มากกว่าเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นการตีเหล็กขึ้นกรีนให้ใกล้ธงได้มากที่สุดจึงเป็นคำตอบ

ในการแข่งขันกอล์ฟอย่างเป็นทางการ จะมี Yardage Book ที่ทำให้นักกอล์ฟสามารถคำนวณระยะถึงธงที่แน่นอนได้ ซึ่งหากนักกอล์ฟตีเหล็กได้แม่นระยะ จะสามารถตีขึ้นไปออนบนกรีนและลูกหยุดอยู่ใกล้ๆธงได้ นักกอล์ฟอาชีพที่ฝีมือดี เขารู้ระยะเหล็กแต่ละเบอร์ของตัวเอง สามารถตีตามระยะได้ละเอียดเป็นหน่วยหลา ซึ่งแตกต่างจากนักกอล์ฟสมัครเล่นที่มีตัวเลขอยู่ในหัวว่าระยะเหล็ก 7 อยู่ที่เท่านี้หลาและระยะห่างระหว่างเหล็กอยู่ที่ 10 หลาตามลำดับ ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่ และส่วนใหญ่จะไม่ใช่ เพราะลักษณะการฝึกซ้อมของนักกอล์ฟสมัครเล่นไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราทราบได้เลยว่าระยะเหล็กของเราอยู่ที่เท่าใดแน่ๆ เพราะหากเราฝึกซ้อมในสนามไดร์ฟกอล์ฟที่ใช้ลูกซ้อมหรือแม้แต่บางสนามที่ใช้ลูกตกน้ำที่เป็นลูกจริงที่คละรุ่น ระยะที่ได้ก็จะแตกต่างจากลูกที่เราใช้งานจริง ไม่ต้องพูดถึงระยะที่บอกด้วยป้าย ซึ่งบางสนามป้ายเดียวบอกระยะทั่วสนาม ซึ่งไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่การฝึกออกรอบในสนามกอล์ฟจริงก็อาจทำให้เราสับสนได้ เนื่องจากมีองค์ประกอบอย่างอื่น เช่น ตำแหน่งธงและตำแหน่งหมุดทีออฟ รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างพวกลม และ slope หรือ ความชันของภูมิประเทศ ในขณะที่การฝึกซ้อมของนักกอล์ฟอาชีพ การออกรอบจะมีเครื่อง Rangefinder เพื่อช่วยวัดระยะที่แน่นอนของช็อตที่จะตี แล้วก็เช็คระยะการตีโดยดูจากตำแหน่งลูกบนกรีน ซึ่งนี่สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่นักกอล์ฟจะทำได้ แต่ก็จะมีข้อจำกัดเรื่องของปัจจัยภายนอกเช่นกระแสลมที่อาจทำให้ระยะผิดพลาดไป สโลปและความแข็งของกรีนที่ทำให้ระยะไม่ถูกต้อง

ความสำคัญของความแม่นระยะเหล็กขึ้นอยู่กับระดับความสามารถ เพราะเกมส์กอล์ฟมีรายละเอียดมากในการวางแผนเพื่อลดสกอร์ลง ซึ่งนักกอล์ฟมือใหม่อาจจะยังไม่ต้องให้ความสำคัญของระยะเหล็กมากนัก เพราะระดับสกอร์และฝีมือสามารถยอมรับความผิดพลาดได้มากกว่า แต่ยิ่งฝีมือนักกอล์ฟดีขึ้น มีโอกาสให้ผิดพลาดได้น้อยและต้องหาโอกาสทำเบอร์ดี้ให้มากๆ การทำสกอร์ให้ดีจึงต้องให้ความสำคัญกับความแม่นยำมากขึ้น ยิ่งฝีมือดีขึ้นเท่าไร วงสวิงก็จะแน่นอนขึ้นตาม ความสามารถในการควบคุมวงสวิงและระยะเหล็กก็จะมีมากขึ้นด้วย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการที่เราจะลับคมเหล็ก ซึ่งจะอธิบายวิธีการให้ฟังในฉบับหน้า เมื่อวงสวิงนิ่งและรู้ระยะเหล็กแน่ๆ โอกาสทำเร็กกูล่าออนแบบใกล้ธงก็จะมีมากขึ้น ความมั่นใจในการตีขึ้นกรีนก็จะมากขึ้น และก็จะมีเบอร์ดี้ให้เห็นมากขึ้นตาม

ความจริงอีกอย่างของชุดเหล็ก ก็คือ จากการทสดสอบระยะของเหล็กต่างๆในชุดเดียวกันของแบรนด์ต่างๆ พบว่าระยะระหว่างเหล็กห่างไม่เท่ากันเลย มีตั้งแต่ 2-3 หลา ยัน 20 กว่าหลา ก็เพราะว่าวงสวิงของนักกอล์ฟแต่ละคนมีผลทำให้ก้านทำงานแตกต่างกัน และนักกอล์ฟแต่ละคนสร้างองศาใบเหล็กขณะปะทะลูก (Dynamic Loft) ได้แตกต่างกัน ซึ่งมีผลทำให้ระยะแตกต่างกัน



ความจริงอีกข้อของชุดเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กใบนุ่มหรือที่เรียกกันว่า เหล็ก Forged ใบเหล็กประเภทนี้สัสดุจะมีการเปลี่ยนรูปร่างได้หากมีการใช้งานบ่อยและรุนแรง ซึ่งทำให้องศาของ loft และ lie เปลี่ยนแปลงหรือเพี้ยนไปจากเดิมได้ ขึ้นอยู่กับความถี่ในการซ้อม ลักษณะการฝึกซ้อม, ลักษณะวงสวิง และสถานที่ฝึกซ้อม

สิ่งที่อธิบายทั้งหมดคือ ความจริงที่ขาดการเอาใจใส่ดูแลอย่างจริงจัง ถ้านักกอล์ฟมั่นใจวงสวิงและมั่นใจระยะเหล็ก โอกาสทำเบอร์ดี้จะมีสูงขึ้นมากๆ นี่คือจุดหนึ่งที่นักกอล์ฟอาชีพและนักกอล์ฟเยาวชนที่ต้องการจะจริงจังกับกอล์ฟต้องให้ความสำคัญ ไม่มีข้อเสียใดๆเลยที่เราจะเอา error หรือ ข้อผิดพลาดเหล่านี้ออกไปจากเกมส์กอล์ฟให้มากที่สุด แล้วคราวหน้ามาคุยกันต่อว่าเราจะมีแนวทางอย่างไรที่จะช่วยลับคมเหล็กให้ตีได้ตามระยะเป๊ะๆ และเหล็กแต่ละเบอร์มีระยะห่างเท่าๆกัน ซึ่งทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้ในสนามแข่งขันและการออกรอบเพื่อให้ GIR เพิ่มสูงขึ้น

« Last Edit: March 17, 2009, 12:49:46 AM by Golf Lab »
Tee Intact Golf Lab
"We're in clubfitting."
http://www.teeintact.com/
086-9894883
E-mail: teeintact@yahoo.com
Line ID: teeintact
Fanpage: http://www.facebook.com/TinTactGolfLab  <=== เชิญกด Like