Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Golf Lab

Pages: 1 [2] 3 4 ... 123
16
delay hit คือ ผลของการสวิงตามธรรมชาติ โดยไม่พยายาม ไม่เกร็ง ไม่ฝืน ไม่จับกริปแน่นจนเกินไป นักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟเป็นแล้วส่วนใหญ่เวลาให้สวิงลมแล้วถ่ายวีดีโอมักจะมี delay hit ให้เห็นเกือบทุกคน แต่พอให้ตีจริง ภาพที่ออกมากลับแตกต่างออกไป

กล้ามเนื้อของมนุษย์ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติตามวัตถุประสงค์ที่สั่งงานโดยสมอง นักกอล์ฟที่ฝึกฝนการตีด้วยตัวเอง โดยมีวงสวิงที่ไม่ธรรมชาติ ทั้งการเกร็ง ฝืน และจับกริปแน่น จะมีอาการคลายข้อมือเร็ว (casting) และเมื่อผ่านการฝึกซ้อมและการตีกอล์ฟไปเรื่อยๆ ร่างกายและกล้ามเนื้อจะผ่านการลองถูกลองผิดจนเจอความสัมพันธ์และลำดับของกล้ามเนื้อที่ลงตัว จนมีวงสวิงที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่สามารถตีลูกกอล์ฟให้โดนหน้าไม้ได้ solid ระดับหนึ่ง ทำให้ลูกพุ่งออกไปในทิศทางที่ต้องการและได้ระยะระดับหนึ่ง เกิดเป็นกล้ามเนื้ออัตโนมัติที่ผ่านการสั่งงานโดยสมองในส่วนที่ไร้สำนึก (unconcious) และเมื่อนักกอล์ฟคิดจะปรับวงสวิง โดยการฝึกซ้อมในสนามไดร์ฟ ด้วยการพยายามปรับให้วงสวิงไม่ฝืนธรรมชาติ ไม่พยายาม ไม่เกร็ง ไม่จับกริปแน่นจนเกินไป หวังว่าจะได้เห็น delay hit ซึ่งมีผลให้จังหวะในการเข้าลูกเพี้ยนไปหมด สัญชาตญานของร่างกายจะรับรู้ได้ว่า มันจะตีไม่โดน ไม่ได้ทิศทาง ไม่ไกล อิมแพคท์ไม่แน่น ซึ่งความรู้สึกลึกๆ จะไม่ยอมรับความผิดหวังนี้ ทำให้สมองนำเอาลำดับและความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อแบบเดิมมาใช้โดยอัตโนมัติ เพื่อทำให้ตัวเองสามารถตีลูกกอล์ฟได้ เป็นการตอบสนองความรู้สึกคาดหวังว่าจะตีได้ไกลขึ้นและเพื่อทำให้ตนเองรู้สึกดี ซึ่งเป็นกระบวนการปรับวงสวิงไม่ได้ผล เพราะตามความเป็นจริงแล้วเมื่อเราเปลี่ยนวงสวิง เราจะต้องตีไม่ได้ ไม่โดน เป็นเรื่องปกติ ถ้าตีได้ดี ตีโดน ตีได้ไกลกว่าเดิมสิ ที่ผิดปกติ เพราะถ้าเราตีได้ แสดงว่าวงสวิงเราไม่เปลี่ยนนั่นเอง เมื่อสมองมันมีเป้าหมายอยู่ที่ผลการตี ไม่ใช่วิธีการตี ทำให้วงเก่าๆที่คายข้อมือเร็ว มันไม่หายไปไหน ในขณะที่เราสวิงลม สมองไม่ได้มีความคาดหวังต่อผลการตี เราจึงเห็นวงสวิงที่มี delay hit และดูเป็นธรรมชาติได้เสมอ

ดังนั้นเมื่อคิดที่จะปรับวงสวิง เพื่อให้เกิด delay hit ตามธรรมชาติ สมองจะต้องโฟกัสที่วิธีการ ไม่ใช่ผลงาน ต้องยอมรับให้ได้ว่า จะต้องตีไม่ไดน ไม่ไกล ไม่ได้ทิศทาง ปะทะไม่ solid ในช่วงแรกอย่างแน่นอน จะต้องทนฝืนอยู่กับความรู้สึกเซ็งโลก น่าขายหน้า รู้สึกเป็นตัวตลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ขมขื่นของนักกอล์ฟ ที่ใช้เวลายาวนาน ที่ทำใจได้ยาก และต้องการกำลังใจอย่างยิ่ง ดังนั้นหนทางเดียวที่นักกอล์ฟที่คิดจะเปลี่ยนวงสวิงแบบยกเครื่องคือ จะต้องหยุดออกรอบ ที่มีเป้าหมายเป็นความคาดหวังในผลงานแต่ละช็อตให้หมดสิ้น เช่นการออกรอบโดยมีการเล่นพนัน ซึ่งปิดโอกาสการเปลี่ยนวงสวิงโดยสิ้นเชิง

เมื่อคิดจะปรับวงสวิง ให้โฟกัสที่วิธีการ ไม่ใช่ผลงาน และทนฝืนกับช่วงเวลาที่แสนบอบช้ำให้ได้นานที่สุด เวลาจะช่วยให้ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อหาลำดับและความสัมพันธ์ได้จนเจอในที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และใช่ว่าทุกคนจะทำได้ แต่อย่างน้อยบทความนี้ก็พอจะทำให้ทุกคนมีแนวทาง มากกว่าหลงทาง ขอให้ทุกคนที่อยู่ในช่วงปรับวงสวิงโชคดี ยอมอดทนเพื่อผลที่ดีขึ้น ตีไกลขึ้น สม่ำเสมอมากขึ้น และป้องกันอาการบาดเจ็บในระยะยาว เป็นการลงทุนคุ้มค่า ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน แต่สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่น การพยายามเปลี่ยนวงสวิงอย่างยกเครื่อง อาจจะต้องพิจารณาด้วยตนเอง ว่าความทุ่มเทและช่วงเวลาที่เสียไป มันคุ้มค่าไหม มันคือจุดประสงค์ในการเล่นกอล์ฟของเราหรือไม่ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้



17
นักกอล์ฟคงคุ้นเคยกับคำว่า delay hit, leverage หรือ lag เป็นอีกเรื่องที่สร้างความสับสนและความเข้าใจผิดอย่างมากให้กับนักกอล์ฟ จากการตีความจากสิ่งที่เห็น สิ่งที่ทุกคนจดจำเอาไว้ในหัว คือภาพนิ่งที่ข้อมือขวายังคงรักษามุมแหลมระหว่างแขนขวากับแนวก้านไว้ได้ในช่วง downswing ก่อนที่จะเข้าปะทะลูก เมื่อรวมเข้ากับสิ่งที่รับรู้มาว่า delay hit ทำให้ตีไกลขึ้น ทำให้เกิดความคิดในการพยายามสร้าง delay hit ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เหมาะสม

delay hit คือ by product หรือ ผลของการ relax ของกล้ามเนื้อและข้อมือในช่วง downswing ถ้าเราจับกริปไม่แน่นเกินไป มี connection ที่เหมาะสม จะเกิดลำดับการสวิงของ downswing ที่เริ่มจากด้านล่างไล่ขึ้นมาด้านบนจนถึงข้อมือ ถ้าข้อมือ relax ไม่เกร็ง จับกริปไม่แน่น ข้อมือจะเคลื่อนที่นำหน้าหัวไม้ได้โดยตลอด และเกิดเห็นเป็นภาพ delay hit โดยธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามใดๆทั้งสิ้น

การที่หัวไม้เคลื่อนตามหลังข้อมือ และเคลื่อนที่ช้ากว่าข้อมือ (lag) ทำให้นักกอล์ฟจะต้อง release ข้อมืออย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้หัวไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟได้ถูกจังหวะ Impact เป็นผลให้หัวไม้เคลื่อนที่เข้าปะทะลูกด้วยความเร็วและความเร่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเข้าปะทะอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ตีได้ไกลขึ้น

ดังนั้นการพยายามสร้าง delay hit ด้วยการเกร็งข้อมือ พยายามรักษาข้อมือ เพื่อให้เกิดภาพนิ่ง delay hit ที่อยู่ในหัว จึงไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะ delay hit เกิดจากความไม่พยายาม แต่ปัญหาของการสร้าง delay hit ตามธรรมชาติสำหรับนักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟเป็นอยู่แล้ว มันซับซ้อนกว่านั้น เราจะพูดคุยกันในวันพรุ่งนี้


18
การทำงานของวงสวิงอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้ออย่างเป็นลำดับและสัมพันธ์กัน การทำงานอย่างสัมพันธ์กันของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Connection คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่ ที่แสดงออกด้วยการตีด้วยมือและแขน ซึ่งเป็นสัญญานที่แสดงให้เห็นถึงการแยกกันทำงานระหว่างช่วงบนกับช่วงล่างที่ทำงานไม่สัมพันธ์กัน

Connection ระหว่างช่วงบนกับช่วงล่างควรเกิดขึ้นตั้งแต่ยืนเซ็ตอัพ ท่ายืนไหล่งุ้ม ไหล่ห่อ หลังโก่ง ไม่ใช่ท่ายืนที่ดี ให้ลองยืนตรง มืออยู่ข้างลำตัว ยืดอกไปด้านหน้า ดันหัวไหล่ไปด้านหลัง ให้ได้ความรู้สึกของหลังตรง แล้วก้มลงยืนในท่าเซ็ตอัพโดยคงความรู้สึกหลังตรงเอาไว้ ในท่าเซ็ตอัพนี้ควรจะเกิดความรู้สึกของ Connection คือ กล้ามเนื้อด้านในต้นแขนทั้งสองข้างสัมผัสและบีบหน้าอกตลอดเวลา และความรู้สึกนีควรจะอยู่ตลอดทั้งวงสวิง เมื่อเกิด Connection นักกอล์ฟจะตีหวดด้วยมือและแขนได้ยาก เป็นการบังคับให้เกิดลำดับการทำงานของกล้ามเนื้อ (Sequence) ที่เป็นธรรมชาติ และระยะจะตามมา แรกๆอาจจะขัดๆ แต่ทำไปเรื่อยๆจะคุ้นเคยและเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เรื่องนี้สำคัญมาก แม้แต่โปรกอล์ฟฝีมือดี ตีกอล์ฟไปเรื่อยๆ วงสวิงก็เพี้ยนไปเรื่อย Connection ก็หายเช่นกัน

ให้เอาผ้าเช็ดมือหรือที่ครอบหัวไม้หนีบไว้ที่รักแร้ซ้าย แล้วลองตีดู ถ้าผ้าเช็ดมือหรือที่ครอบหัวไม้หลุด แสดงว่า Disconnection ... พบกันใหม่พรุ่งนี้


19
นักกอล์ฟคงเคยได้ยินคำแนะนำเรื่องการจับกริปสตรองเพื่อตีให้ไกลกันมามากต่อมากแล้ว แต่รู้ไหมว่าเหตุใดจึงควรจับกริปให้สตรอง และใครที่ควรจับกริปให้สตรอง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟควรจะรู้ถึงเหตุผลก่อนที่จะเอาคำแนะนำเหล่านั้นไปใช้งาน

การจับกริปให้สตรองมีผลที่เห็นชัดเจน 3 ประการ ซึ่งเป็นความรู้จาก Ball Flght Law นั่นเอง

1.ทำให้หน้าไม้เข้าปะทะลูกในลักษณะที่ปิดมากขึ้น
2.ทำให้หน้าไม้มีความสัมพันธ์เทียบกับแนวสวิงในลักษณะที่ปิดมากขึ้น
3.ทำให้จังหวะ release มีความรุนแรงมากขึ้น

จากที่อธิบายไปแล้วว่า นักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่เมื่อนักกอล์ฟจับไดร์ฟเวอร์ที่มีน้ำหนักเบาและพยามยามที่จะตีลูกกอล์ฟออกไปให้ไกลที่สุด จึงใช้งานกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งแรงและคุ้นเคยกว่าอย่างมือและแขนเป็นต้นแรงในการสวิงไม้กอล์ฟโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งทำให้นักกอล์ฟเหล่านี้มีแนวสวิงแบบ Outside-In หรือตีคล่อม เป็นผลให้เกิดวิถีแบบโค้งจากซ้ายไปขวา ที่เรียกว่า Fade ถ้าเลี้ยวมากๆก็เรียกกันว่า Slide ซึ่งทำให้เสียระยะจากการเลี้ยวโค้ง รวมถึงตกจะไม่ค่อยวิ่ง

เมื่อนักกอล์ฟสมัครเล่นที่มีแนวสวิงแบบ Outside-In จับกริปให้สตรองขึ้น ผลของการจับกริปให้สตรองขึ้นทั้ง 3 ประการ จะส่งเสริมให้เกิดผลดีต่อระยะดังนี้

1.ทำให้หน้าไม้เข้าปะทะลูกในลักษณะที่ปิดมากขึ้น - ลูกที่พุ่งออกจากหน้าไม้จะออกขวาน้อยลง
2.ทำให้หน้าไม้มีความสัมพันธ์เทียบกับแนวสวิงในลักษณะที่ปิดมากขึ้น - วิถีลูกจะตรงมากขึ้น เลี้ยวน้อยลง side spin ลดลง ลูกกอล์ฟจะ carry ไกลขึ้น และกลิ้งมากขึ้น
3.ทำให้จังหวะ release มีความรุนแรงมากขึ้น - ความเร็วหัวไม้และความเร็วลูกกอล์ฟจะเพิ่มขึ้น

จึงเป็นผลให้นักกอล์ฟสมัครเล่นที่มีแนวสวิงแบบ Outside-In ที่จับกริปให้สตรองขึ้น มักจะตีได้ไกลขึ้น แต่การจับกริปให้สตรองขึ้นอาจเกิดผลเสียกับนักกอล์ฟที่มีแนวสวิงที่เป็น Inside-Out มากๆ

คำแนะนำที่ให้นักกอล์ฟสมัครเล่นจับกริปให้สตรองขึ้นเพื่อตีไกลให้ไกลขึ้นจะได้ผลกับนักกอล์ฟส่วนใหญ่ แต่อย่าลืมว่าควรใช้วิจารณญานกับคำแนะนำนี้ด้วย เอาให้มั่นใจว่าคุณไม่เป็นคนกลุ่มน้อยนะครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้



20
เมื่อวานพูดถึงเรื่องกล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อช่วงล่างซึ่งมีส่วนในการตีไกล ถ้าไม่เชื่อ ให้ทดลองด้วยตัวเอง ด้วยการวิ่งวันละ 20 นาที และตามด้วยการออกกำลังกาย 10 นาทีตามวีดีโอคลิปนี้ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ควบคู่ไปกับการซ้อมไดร์ฟและออกรอบอย่างเป็นปกติ เวลาออกรอบก็พยายามเดินแทนการใช้รถ ครบเดือนแล้ววัดผลด้วยตัวเองว่าตีไกลขึ้นไหม ได้ผลอย่างไรช่วยรายงานด้วยนะครับ

<a href="http://www.youtube.com/v/dJlFmxiL11s&amp;hl&amp;hl=en&amp;fs=1" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/dJlFmxiL11s&amp;hl&amp;hl=en&amp;fs=1</a>


ปล. ท่าที่ยากเกินไปก็ค่อยๆทำตามเท่าที่ทำได้ อย่าหักโหม ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็จะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ



21
มนุษย์เมืองปัจจุบันที่ชีวิตส่วนใหญ่ออกกำลังกายน้อย เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการนั่งทำงานและใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือและแขนเสียส่วนใหญ่ เมื่อนักกอล์ฟจับไดร์ฟเวอร์ที่มีน้ำหนักเบาและพยามยามที่จะตีลูกกอล์ฟออกไปให้ไกลที่สุด จึงใช้งานกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งแรงและคุ้นเคยกว่าเป็นต้นแรงในการสวิงไม้กอล์ฟโดยไม่รู้ตัว และเมื่อนักกอล์ฟได้ลองเลื่อนเปิดปิดประตูรั้วที่มีน้ำหนักมาก ด้วยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อคล้ายกับการสวิงไม้กอล์ฟ จะพบว่านักกอล์ฟเหล่านี้จะสวิงประตูรั้วได้ยาก เพราะการสวิงด้วยมือและแขนเป็นต้นกำลังหลักในการออกแรงไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อให้เวลานักกอล์ฟได้ลองเปิดปิดประตูรั้วเพื่อหาวิธีการออกแรงด้วยตัวเองจะพบว่า นักกอล์ฟต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือและแขนให้น้อยลงและใช้กล้ามเนื้อช่วงล่างและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้มากขึ้น ด้วยลำดับและความสัมพันธ์ที่เหมาะสม

การเลื่อนเปิดปิดประตูรั้วบ้านทำให้เรารู้ว่าในการเคลื่อนไหวอย่างการสวิงนั้นลำดับและความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อมีความสำคัญในการสวิงให้มีประสิทธิภาพ โดยธรรมชาติแล้วกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและคุ้นเคยกว่าจะถูกนำมาใช้งานมากและมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหว นักกอล์ฟส่วนใหญ่มีกล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงและคุ้นเคยกว่ากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ผลดีต่อการตีไกล แล้วจะต้องทำอย่างไร ... ติดตามต่อพรุ่งนี้


22
Mr. Yee / 073 - ตีไกล ตอน 9 - Slide Gate in Action
« on: February 02, 2017, 09:09:58 AM »
สอบถามกันมาหลังจากอ่านบทความ ตีไกล ตอน 8 - หาวิธีตีไกลด้วยตัวเอง แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำอย่างไร วันนี้เลยเอาวีดีโอมาให้ดูกัน ดูวีดีโอแล้วกลับไปอ่านบทความใหม่อีกรอบนะครับ

<a href="http://www.youtube.com/v/J-EthGFqc6E&amp;hl&amp;hl=en&amp;fs=1" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/J-EthGFqc6E&amp;hl&amp;hl=en&amp;fs=1</a>


23
มีบทความและวีดีโอสอนเกี่ยวกับวงสวิงและเทคนิคการตีไกลมากมาย ซึ่งยิ่งอ่านมาก ยิ่งดูวีดีโอมาก ก็ยิ่งทำให้งงและสับสน เพราะมันเป็นเรื่องยากในการสื่อสารการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อผ่านตัวหนังสือและการบอกเล่า ไม่มีวิธีไหนที่จะดีกว่าการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงด้วยตัวเอง

เดินไปที่ประตูรั้วบ้านแล้วเลื่อนเปิดประตูรั้วด้วยการจับที่มือจับด้วยสองมือเหมือนกับเราจับกริปไม้กอล์ฟ แล้วเลื่อนเปิดประตูรั้วด้วยการออกแรงคล้ายการ downswing - impact - follow through ยาวไปจบที่ finish ถ้าประตูรั้วมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่จะเลื่อนด้วยกำลังแขนของเรา เราจะเรียนรู้การออกแรงด้วยกล้ามเนื้อใหญ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพลังในการตีกอล์ฟให้ไกลนั่นเอง

ลองเลื่อนเปิดประตูรั้วบ้านที่มีน้ำหนักดูด้วยตนเอง (ถ้าประตูรั้วบ้านไหนเบาเกินไป ก็หาอะไรหนักๆมาแขวนเพิ่มน้ำหนักได้) แล้วเราจะได้เรียนรู้ว่าการออกแรงด้วยวงสวิงปัจจุบันของเรามันมีประสิทธิภาพจริงไหม เราออกแรงด้วยกล้ามเนื้อเล็ก อย่างมือแขน หรือด้วยความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อใหญ่ อย่างช่วงล่างลำตัวและหน้าอก ค่อยๆปรับหาวิธีการออกแรง ท่ายืน การถ่ายน้ำหนัก ที่ทำให้เราเลื่อนประตูที่มีน้ำหนักมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วเราจะเข้าใจสิ่งที่จะอธิบายในบทความต่อไปจากนี้

จากไปนี้ขับรถเข้าออกจากบ้าน เลิกเปิด-ปิดด้วยรีโมท แล้วเดินไปเปิดปิดประตูรั้วด้วยตัวเอง เราจะได้บังคับให้ตัวเองให้ฝึกซ้อมวงสวิงอย่างน้อยก็วันละ 2 เวลา รวม 4 สวิง รับรองได้ว่าทุกคนจะได้เรียนรู้อะไรดีๆในวงสวิงของตัวเองอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนอย่างแน่นอน แต่ลูกเมียอาจจะสงสัยหน่อยว่าพ่อทำอะไรของพ่อน่ะ แต่รับรองว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า และได้ออกกำลังกายด้วย

ปล. นักกอล์ฟคนไหนเอาไปลองใช้แล้วได้อะไรดีๆ อย่าลืมบอกต่อ หรือจะแชร์ต่อให้เพื่อนก็ทำได้เลยนะครับ


24
ถึงเวลาที่เราจะพูดคุยเรื่องของวงสวิงเพื่อตีไดร์ฟเวอร์ให้ไกลขึ้น จากการศึกษาการสวิงของนักกอล์ฟที่มีวงสวิงค่อนข้างสม่ำเสมอจำนวนมาก พบว่านักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ใกล้เคียงกัน ใช้ไม้กอล์ฟเดียวกัน โดนกลางหน้าไม้เต็มๆเหมือนกัน แต่ความเร็วลูกกอล์ฟที่ได้ออกมาแตกต่างกันได้มากถึง 15-20 mph จะยิ่งแตกต่างกันมากในนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้มากขึ้น เมื่อสืบให้ลึกลงไป นี่คือแก่นความรู้ที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรมและมีความเป็นนามธรรมแฝงอยู่ ต้องใช้เครื่องมือในการวัดอย่างมีประสิทธิภาพจริงจึงจะพบความจริง

โดยธรรมชาติของการพยายามตีลูกกอล์ฟ นักกอล์ฟโดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเร่งความเร็วหัวไม้ลงมาตั้งแต่ topswing ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไปที่พยายามจะตีให้แรง โดยหวังว่าจะตีได้ไกลขึ้น แต่ในความเป็นจริงการปะทะลูกที่มีประสิทธิภาพมันไม่ได้มีกลไกในการทำงานอย่างนั้น สวิงที่มีประสิทธิภาพจริงๆจะเป็นกลไกที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก แรงเหวี่ยงและแรงดึงดูดของโลกจะมีส่วนในการช่วยนำพาให้การเคลื่อนไหวของเราเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นจังหวะการเข้าลูกด้วยความเร่ง ... ตรงนี่สำคัญ กับคำว่า ความเร่ง มันไม่ใช่ความเร็วหัวไม้อย่างที่เรารู้จักกัน

ถ้าเราเคยเรียนกันมา ความเร่งจะมี 3 ประเภท คือ ความเร่งที่เป็นบวก, ความเร่งเป็นศูนย์ และ ความเร่งเป็นลบ ... อย่าเพิ่งตกใจ มันอธิบายให้เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะกับการตีกอล์ฟให้ได้ระยะเราต้องทำให้หัวไม้เคลื่อนที่เข้าปะทะลูกด้วยความเร่งเป็นบวก ความเร่งที่เป็นบวกอธิบายง่ายๆก็คือ การที่หัวไม้เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับการที่เราเหยีบคันเร่งแล้วเข็มความเร็วขยับเพิ่มขึ้นตามความเร็วของรถ ยิ่งถ้าเราเหยีบแรงขึ้น เข็มความเร็วก็จะตีเร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นคือการที่เราเหยีบคันเร่งอย่างรวดเร็ว รถก็จะเพิ่มความเร็วอย่างรวดเร็ว ... รถเรามีความเร่งเพิ่มขึ้น เข้าใจหรือยัง ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ลองคิดดูว่า รถเราที่เร่งความเร็วจาก 0-100 mph ได้ภายในเวลา 12 วินาที ไปเทียบกับรถแข่ง F1 ที่ทำได้ในเวลาเพียง 3 วินาที นั่นคือรถแข่ง F1 มีความเร่งที่มากกว่ารถทั่วไปมากเป็น 4 เท่า




กลับมาที่วงสวิงยิ่งเราสามารถเร่งความเร็วเข้าหาลูกด้วยความเร่งที่มากเท่าไร โอกาสที่ Ball Speed ที่ออกจากหน้าไม้ก็จะยิ่งมากเท่านั้น จากความรู้เรื่องความเร่งทำให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมถ้าเราพยายามเร่งความเร็วหัวไม้่จาก topswing ลงมา จึงทำให้เราตีได้ไม่ไกล อธิบายได้ง่ายๆตามรูปที่เปรียบเทียบนักกอล์ฟทางขวา พยายามเร่งความเร็วหัวไม้่เร็วเกินไป ณ ตำแหน่งที่ไม้ขนานพื้นขณะ downswing ความเร็วหัวไม้ก็มาถึงความเร็วสูงสุดที่ 100 mph แล้ว ดังนั้นหัวไม้จึงเข้าปะทะลูกกอล์ฟด้วยความเร่งเป็นศูนย์ นั่นคือหัวไม้ไม่มีความเร่งเข้าปะทะลูกกอล์ฟเลย ในขณะที่นักกอล์ฟทางซ้ายมือ ณ ตำแหน่งที่ไม้ขนานพื้นขณะ downswing ความเร็วหัวไม้อยู่เพียงแค่ 25 mph เอง แล้วเขาสามารถเร่งความเร็วหัวไม้ให้เข้าปะทะลูกไม้ที่ความเร็วสูงสุดที่ 100 mph ดังนั้นนักกอล์ฟคนนี้จึงมีความเร่งในการเข้าปะทะลูกที่เป็นบวก จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า นักกอล์ฟทั้งสองคนมีความเร็วหัวไม้สูงสุดตอนปะทะลูกเท่ากันที่ 100 mph แต่นักกอล์ฟทางด้านซ้ายจะเข้าปะทะลูกด้วยความเร่งที่มากกว่า จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมคนทางซ้ายจึงตีได้ไกลกว่า ... นี่คือกลไกของการเกิด delay hit ซึ่งเป็นกลไกที่เป็นธรรมชาติที่เกิดก่อนการปะทะ ที่มองเห็นได้จากการถ่ายวีดีโอ




แต่ประสิทธิภาพของการปะทะลูกยังคงมีต่อซึ่งเป็นในส่วนหลังจากปะทะแล้ว ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดขึ้นสั้นมากๆที่นักกอล์ฟเท่านั้นที่รู้ นั่นคือความพยายามเร่งเข้าหาลูกไม่ได้หมดที่ลูกเท่านั้น นักกอล์ฟต้องพยายามเร่งผ่านลูกไป เหมือนกับการที่นักแข่งรถเหยีบมิดคันเร่งเข้าเส้นชัย หลังผ่านเส้นชัยไปแล้วเมื่อปล่อยคันเร่ง รถก็ยังคงวิ่งด้วยความเร็วต่อไป เช่นเดียวกับจังหวะการปะทะลูก เราก็ต้องเร่งความเร็วหัวไม้ต่อไปให้มันบี้ลูกกอล์ฟให้แบนที่สุดเพื่อสะสมพลังเข้าไปไว้ในลูกกอล์ฟ ลูกกอล์ฟจะได้พุ่งออกจากหน้าไม้ได้เร็วที่สุดเช่นกัน นักกอล์ฟที่เร่งหัวไม้ได้ถูกต้อง ท่าจบวงสวิงจึงสวยงามและเป็นธรรมชาติ เพราะความเร็วของหัวไม้ที่เราเร่งมาจะพาให้มันเคลื่อนไปจบสวิงตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็นนั่นเอง




การเร่งเข้าปะทะลูก เป็นเรื่องของเทคนิคที่ไม่เกี่ยวกับความแข็งแรง ดังนั้นนักกอล์ฟทุกคนจึงสามารถพัฒนาทักษะในส่วนนี้ได้ นักกอล์ฟตัวเล็กก็ตีได้ไกลกว่านักกอล์ฟตัวใหญ่ๆก็เป็นไปได้ หากเรามีเทคนิคการสวิงที่ดี ... พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ


ถ้าชอบบทความนี้ เชิญแชร์ ให้เพื่อนนักกอล์ฟได้เข้ามาอ่านได้ตามอัธยาศัย และติดตามบทความที่จะทำให้คุณตีกอล์ฟดีขึ้นและมีความสุขได้ตอนเช้าของทุกวัน จากนี้จนครบ 1,000 บทความ ต้องการสมัครสมาชิกเชิญที่ http://teeintact.blogspot.com/ ถ้าใช้โทรศัพท์มือถือเลื่อนลงไปท้ายเพจ แล้วกดปุ่ม Follow และทำตามขั้นตอนการสมัคร สมาชิกจะสามารถสื่อสาร สอบถาม ปรีกษา แลกเปลี่ยน และ comment บนบล๊อกได้ และถ้าต้องการให้ส่งบทความนี้ไปยังอีเมล์ให้อ่านทุกวัน ให้ใส่อีเมล์เข้าไปที่ช่อง FOLLOW BY EMAIL  ที่มุมบนขวาของหน้าจอ แล้วกดปุ่ม Submit




ถ้าเข้าบล็อก http://teeintact.blogspot.com/ จากคอมพิวเตอร์ สมัครสมาชิก เข้าไปคลิก Follow และ  FOLLOW BY EMAIL ได้ที่มุมขวาบนของเพจ ... ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ และเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกัน สิ่งดีๆ ประสบการณ์ใหม่ และความสนุกจะเกิดขึ้นอีกมากหลังจากนี้ ด้วยพลังของเราทุกคน


25
ถ้าเป้าหมายคือการเพิ่มระยะะไดร์ฟของหัวไม้ ลูกกอล์ฟคือองค์ประกอบหนึ่งที่สามารถเพิ่มระยะได้อย่างทันทีทันใด นักกอล์ฟที่เคยใช้แต่ลูกกอล์ฟมือสองสภาพเก่าๆ แค่เปลี่ยนมาใช้ลูกกอล์ฟใหม่แกะกล่องก็จะเห็นระยะเพิ่มทันที อย่าให้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้ตีได้ไกลขึ้น มาตกม้าตายจากการใช้ลูกกอล์ฟที่ไม่เหมาะสมมาเป็นตัวแทนของความพยายามทั้งหมด

นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะมีปัญหาไดร์ฟลูกกอล์ฟออกไปด้วยหัวไม้แล้วลูกตกแล้วหยุด ทำให้เสียโอกาสจากระยะที่ควรจะเพิ่มขึ้นจากการกลิ้งของลูกกอล์ฟ ต้นเหตุของปัญหานี้เกิดจากวิธีและมุมเข้าลูกที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิด back spin ที่มากเกินไป เป็นผลให้เกิดวิถีลูกที่เรียกกันว่า balloon มุมตกกระทบพื้นจะค่อนข้างชัน เมื่อร่วมกับ back spin ที่มาก จึงทำให้ลูกไม่กลิ้ง การเลือกใช้ลูกกอล์ฟที่มีผิวที่มีผิวแข็งขึ้น ที่ไม่ใช่ผิว Urethane อย่างลูกกอล์ฟในกลุ่มลูกโปร ที่โปรกอล์ฟและนักกอล์ฟฝีมือดีนิยมใช้ เลือกใช้ลูกประเภท Distance ส่วนนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ไม่มากนัก เลือกลูกกอล์ฟผู้หญิงเลย ก็เป็นทางเลือกที่ดี การใช้ลูกกอล์ฟที่มีผิวแข็งขึ้นยังช่วยลด Side Spin ซึ่งจะช่วยนักกอล์ฟที่ตีเฟดหรือสไลด์ เลี้ยวน้อยลง ซึ่งช่วยเพิ่มระยะไดร์ฟไปในตัวด้วย

การหาลูกกอล์ฟที่เหมาะสมกับนักกอล์ฟแต่ละคน ต้องอาศัยการทดลองด้วยตัวเอง ทดลองลูกกอล์ฟรุ่นต่างๆไปเรื่อยๆ จนเจอลูกกอล์ฟที่เป็นเนื้อคู่ แล้วก็ใช้ลูกกอล์ฟรุ่นนั้นๆเพียงรุ่นเดียวไปเลย แต่อย่าลืมใช้ลูกกอล์ฟใหม่หรือลูกมือสองที่สภาพดีๆหน่อย ถ้าอยากจะตีไดร์ฟเวอร์ให้ได้ระยะไกล และอย่าลืมเลือกลูกกอล์ฟให้ฟิตกับส่วนอื่นๆของเกมส์ด้วยนะครับ


26
ความลับของการจับกริปเพื่อตีให้ไกลขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่วิธีการเท่านั้น ตัวกริปบนไม้กอล์ฟเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เมื่อจุดประสงค์คือการจับกริปให้เบาที่สุดเท่าที่ยังจับกริปอยู่และไม้ไม่หลุดมือ แต่กริปที่เก่า มีผิวที่ลื่น ยึดเกาะได้ไม่ดี และมีขนาดที่ไม่เหมาะสม ก็จะทำให้นักกอล์ฟต้องออกแรงในฝ่ามือมากขึ้น เป็นผลให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งขัดขวางการสร้างความเร็วหัวไม้

เรื่องง่ายๆที่อยู่ในมือแค่นี้ หลายครั้งก็เป็นเส้นผมบังภูเขาได้ นักกอล์ฟควรทำความสะอาดกริปอย่างสม่ำเสมอ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูวิธีการล้างทำความสะอาดกริปอย่างง่าย

http://www.teeintact.com/forum/index.php?topic=531.0

และนักกอล์ฟควรพิจารณาเปลี่ยนกริปของไม้กอล์ฟตามความเหมาะสม เข้าไปดูบทความด้านล่างนี้ จะช่วยเป็นแนวทางในการประเมินสภาพกริปของเราได้เป็นอย่างดี การเปลี่ยนกริปใหม่เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปจะเห็นระยะไดร์ฟเพิ่มขึ้นทันที ยิ่งถ้ากริปเดิมสภาพเก่ามากจะเห็นระยะเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

http://www.teeintact.com/forum/index.php?topic=162.0

ส่วนการหาขนาดกริปที่เหมาะสมกับนักกอล์ฟแต่ละคน แนะนำให้ปรึกษา Clubfitter ที่อยู่ใกล้บ้าน ให้ Clubfitter แนะนำขนาดที่เหมาะสม ลองจับกริปขนาดที่เขาแนะนำดูว่าเรารู้สึกอย่างไร ลองเปลี่ยนแล้วเอาไปลองซ้อมและออกรอบ ถ้ารู้สึกว่ามันจับได้กระชับขึ้นกว่าเก่า ก็เยี่ยมเลย และควรเปลี่ยนกริปทุกอันในถุงให้มีขนาดเดียวกันให้หมด แต่ถ้ารู้สึกว่าขนาดกริปที่เปลี่ยนมาใหม่ มันเล็กหรือใหญ่ไปก็ปรึกษา Clubfitter ให้ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของเราได้

นักกอล์ฟหลายคนวุ่นวายกับการแก้ไขพัฒนาโน่นนั่นนี้วุ่นวายไปหมดเพื่อตีให้ไกลขึ้น แต่เรื่องง่ายๆที่สำคัญมากๆอย่างกริปไม้กอล์ฟที่อยู่ในมือ กลับไม่ให้ความใส่ใจเท่าที่ควร ลองเปิดถุงดูกริปของเรา ว่ามันอยู่ในสภาพที่ดีหรือเปล่านะครับ การเปลี่ยนกริปหัวไม้ใหม่ คุ้มค่ากับการลงทุนเป็นที่สุด ... พบกันใหม่พรุ่งนี้


27
ความลับของการตีไกลอีกอันอยู่ในมือนี่เอง คือการจับกริปให้เบาที่สุดเท่าที่ยังจับกริปอยู่และไม้ไม่หลุดมือ ระดับความเบาแรงของนักกอล์ฟแต่ละคนไม่ ขึ้นอยู่กับกำลังของกล้ามเนื้อฝ่ามือและนิ้ว ทำให้การสื่อสารเรื่องน้ำหนักการจับกริปสร้างความสับสนให้นักกอล์ฟมากที่สุด

จับกริปให้เบาจนรู้สึกว่าน้ำหนักลงที่หัวเต็มที่โดยที่กริปไม่ขยับในฝ่ามือ ให้คงฟิลลิ่งกริปเบาๆผ่อนคลายอย่างนี้ตลอดวงสวิง ไม่ต้องกังวลว่าไม้จะหลุดมือ เพราะจิตใต้สำนึกไม่มีวันยอมแน่ แรกๆจะฝืนหน่อย รอให้เจอช็อตที่อิมแพคท์ดีๆโดนๆ แน่นๆ เชี้ยะๆ ตอนจับกริปเบาๆสักช็อต จะรู้ซึ้งถึงและเข้าใจอารมณ์ของความเบาสบาย ไร้ความพยายาม จำฟิลลิ่งนี้ไว้ และพยายามทำมันให้ได้อย่างต่อเนื่อง

จับกริปให้เบาจะสัมพันธ์กับพลังของฝ่ามือที่พูดกันไปเมื่อวาน นักกอล์ฟที่มีพลังฝ่ามือที่ดี จะสร้างความเร็วหัวไม้สูงสุดโดยรักษาการจับกริปเบาที่ไม่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง ซึ่งขัดขวางการเคลื่อนไหวอย่างธรรมชาติได้ดีกว่า เป็นผลทำให้สวิงหัวไม้ได้เร็วกว่า นักกอล์ฟที่จับกริปแน่นๆ เกร็ง แล้วเปลี่ยนมาจับกริปเบาขึ้น จะเห็นระยะการตีเพิ่มขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ลองดูครับ ... พบกันพรุ่งนี้ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้นะครับ



28
หลายคนอาจจะงงว่ากำลังฝ่ามือมันเกี่ยวกับการตีไกลได้อย่างไร นี่มันกอล์ฟนะ ไม่ใช่หนังกำลังภายใน แต่ที่จริงมันมีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะไม้กอล์ฟสัมผัสกับฝ่ามือของเรา การสวิงไม้กอล์ฟที่มีน้ำหนักด้วยความพยายามในการสร้างความเร็วหัวไม้ให้มากที่สุด ร่างกายจะตอบสนองโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ไม้กอล์ฟหลุดจากมือ นักกอล์ฟจะต้องใช้กล้ามเนื้อนิ้ว ฝ่ามือ และแขน ที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อสร้างให้เกิดแรงสัมผัสในฝ่ามือที่มากพอให้กริปยังคงอยู่ในมือได้ ยิ่งสวิงไม้กอล์ฟเร็วมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งต้องการแรงในฝ่ามือต้านการหลุมมือมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งนักกอล์ฟที่ฝ่ามือมีกำลังน้อย กล้ามเนื้อจะทำงานมากกว่า ซึ่งเป็นเหตุของอาการเกร็ง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความเร็วหัวไม้




นักกอล์ฟสามารถพัฒนากล้ามเนื้อฝ่ามือโดยใช้อุปกรณ์ต้านแรงบีบ ไม่ว่าจะเป็นสปริงหรือเป็นลูกบอลก็ได้ การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อฝ่ามือง่ายๆนี้ จะรองรับการสร้างความเร็วหัวไม้ที่มากขึ้น โดยไม่เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลต่อการตีไกล ลองเอาฝึกกันดูครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้



29


หน้าหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ทำงานเหมือน Trampoline ที่จะให้ประสิทธิภาพในการส่งพลังได้ดีที่สุดที่บริเวณ Sweet Spot, บริเวณ CG (Center of Gravity) ของหัวไม้ หรือบริเวณกลางหน้าไม้ เมื่อเรารู้แล้วว่าตำแหน่งปะทะบนหน้าไม้ของเราอยู่บริเวณที่ยังไม่เข้า Sweet Spot ก็มีวิธีการแก้ไขอย่างง่ายๆ ได้ดังนี้

1.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณใกล้คอไม้ (hosel)
ให้จรดลูกกอล์ฟออกไปห่างคอไม้ให้มากขึ้น แล้วตีให้เหมือนเดิม ตำแหน่งปะทะจะห่างคอไม้ออกไป แล้วหาตำแหน่งจรดที่เหมาะสมที่ตีเข้า Sweet Spot ให้เจอ




2.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณไกลคอไม้ (hosel)
ให้จรดลูกกอล์ฟเข้าใกล้คอไม้ให้มากขึ้น แล้วตีให้เหมือนเดิม ตำแหน่งปะทะจะเข้าใกล้คอไม้มากขึ้น แล้วหาตำแหน่งจรดที่เหมาะสมที่ตีเข้า Sweet Spot ให้เจอ

3.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณด้านล่างของหน้าไม้ (lower side)
ให้ปรับความสูงของทีร่วมกับการปรับตำแหน่งของลูกเทียบกับร่างกายในขณะจรดให้เหมาะสม แนวโน้มคือปรับความสูงทีให้สูงขึ้น และขยับตำแหน่งลูกกอล์ฟมาทางเท้าขวาให้มากขึ้น แล้วตีให้เหมือนเดิม ตำแหน่งปะทะจะสูงขึ้น แล้วหาตำแหน่งจรดที่เหมาะสมที่ตีเข้า Sweet Spot ให้เจอ

4.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณด้านบนของหน้าไม้ (higher side)
ให้ปรับความสูงของทีร่วมกับการปรับตำแหน่งของลูกเทียบกับร่างกายในขณะจรดให้เหมาะสม แนวโน้มคือปรับความสูงทีให้ต่ำลง และขยับตำแหน่งลูกกอล์ฟให้ห่างเท้าขวาให้มากขึ้น แล้วตีให้เหมือนเดิม ตำแหน่งปะทะจะต่ำลง แล้วหาตำแหน่งจรดที่เหมาะสมที่ตีเข้า Sweet Spot ให้เจอ

5.กระจัดกระจายทั่วหน้าไม้
ให้ลองจับโช็คให้สั้นลงดูว่ากลุ่มของตำแหน่งปะทะเล็กลงไหม ถ้าเล็กลงก็พิจารณาปรับไม้กอล์ฟให้สั้นลง เพื่อเพิ่มความแม่นยำ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น อาจจะฝึกซ้อมการตีเพื่อเพิ่มทักษะการตีลูกให้แม่นยำมากขึ้น

ลองเอาไปปรับใช้ดูครับ จากแค่ตีให้เข้า Sweet Spot ระยะก็เพิ่มให้เห็นอย่างรู้สึกได้แล้ว

30
เมื่อมีความคิดว่าอยากตีหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ให้ไกลขึ้น สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดที่คุณควรทำคือ ไดร์ฟลูกกอล์ฟหลายๆลูกเพื่อตรวจสอบตำแหน่งปะทะบนหน้าไม้เพื่อดูว่าตำแหน่งปะทะและลักษณะการกระจายของจุดปะทะเป็นลักษณะใด เพื่อให้รู้สถานะข้อมูลเบื้องต้นว่า ณ ปัจจุบันคุณอยู่ที่ใด

สิ่งแรกที่ลักษณะการปะทะบนหน้าไม้บอกเรา คือ ความแม่นยำหรือความสม่ำเสมอในตำแหน่งปะทะ กลุ่มจุดปะทะยิ่งเล็กแสดงว่ายิ่งแม่น

ส่วนที่สองที่ลักษณะการปะทะบนหน้าไม้บอกเรา คือแนวโน้มของตำแหน่งปะทะ ซึ่งลักษณะการปะทะบนหน้าไม้แบ่งได้หลักๆเป็น 6 ประเภท

1.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณกลางหน้าไม้ (Sweet Spot)




2.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณใกล้คอไม้ (hosel)




3.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณไกลคอไม้ (toe)




4.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณด้านล่างของหน้าไม้ (lower side)




5.เป็นกลุ่มอยู่บนบริเวณด้านบนของหน้าไม้ (higher side)




6.กระจัดกระจายทั่วหน้าไม้




แนวโน้มของตำแหน่งปะทะจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการปะทะและส่งพลังไปยังลูกกอล์ฟ รวมถึงแนวโน้มของวิถีของลูกกอล์ฟ

ถ้าตำแหน่งปะทะยังไม่เป็นกลุ่มขนาดเล็กอยู่บริเวณ Sweet Spot หรือบริเวณกลางหน้าไม้ นักกอล์ฟยังมีโอกาสในการเพิ่มระยะได้อีกมาก แต่ในทางกลับกัน นักกอล์ฟก็สามารถขยับไปสู่ขั้นตอนต่อไปเพื่อหาทางเพิ่มระยะได้

Pages: 1 [2] 3 4 ... 123